แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ น้ำมันรำข้าว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ น้ำมันรำข้าว แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2553

สวยด้วยน้ำมันรำข้าว

กำลังฮอตและฮิตติดตลาดสำหรับอาหารเสริมน้ำมันรำข้าว มีสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินอี น้ำมันรำข้าวมีประโยชน์มาก อยู่ในเยื่อหุ้มเมล็ดข้าว และจมูกข้าว (Rice Germ) จึงอุดมด้วยสาระสำคัญทางธรรมชาติ และมีคุณค่าสูงต่อร่างกายหลายชนิด เช่น
- กลุ่มสารฟอสโฟไลฟิด (Phosp holipids) เช่น เลซิติน (Lecithin) เซฟฟาลิน (Cephalin) ไลโซเลซิติน (Lysolecithin) ซึ่งมีความสำคัญในการนำไปสร้าง และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของเซลล์ประสาทสมอง และช่วยป้องกันเซลล์ประสาท จากสารที่เป็นพิษและอนุมูลอิสระต่าง ๆ ช่วยลดความเครียด และช่วยเสริมสร้างในด้านความจำ

- กลุ่มเซราไมด์ (Ceramide) ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของชั้นใต้ผิวหนัง ช่วยทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่นการเสริมสร้างเซราไมด์ให้เพียงพอ ทั้งโดยการรับประทานหรือการให้ทางผิวหนังในรูปการทาครีม หรือโลชั่น จะช่วยรักษาผิวพรรณให้สดใสเปล่งปลั่ง ปราศจากริ้วรอยย่นก่อนเวลาอันควร นอกจากนี้เซราไมด์ยังมีคุณสมบัติเป็น ไวท์เทนเนอร์ (Whitener) ซึ่งสามารถยับยั้งการสังเคราะห์เมลานิน อันเป็นสาเหตุให้เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำบนผิวพรรณได้ดี และยังเป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์ (Moisturizer) ให้ความชุ่มชื่นแก่ผิวอีกด้วย

- กลุ่มคอลโทคอล (Tocols) วิตามินอีธรรมชาติ ในรูปของโทโคเฟอรอล (Tocopherol) และโทโคไทรอีนอล (Tocotrienol) มีประโยชน์ต่อร่างกายในการสร้าง และซ่อมแซมเซลล์ต่างๆ ของร่างกายและยังช่วยทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่อโรคต่าง ๆ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นเหตุสำคัญของการเกิดโรคมะเร็ง

- กลุ่มกรดไขมันไลโนเลอิค (Linoleic Acid) หรือโอเมก้า 6 และ กรดไลโนเลอิค (Linoleic Acid) หรือโอเมก้า 3 ที่เป็นกรดไขมันจำเป็น โดยมีอยู่ประมาณ 33%

- กลุ่มวิตามิน B - Complex ซึ่งช่วยให้การทำงานของระบบประสาทดีขึ้น

- กลุ่มแกมมา - ออไรซานอล มีฤทธิ์ในการลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ ทำให้ลดการตีบตันของหลอดเลือด เพิ่มการไหลเวียนของโลหิต และยังมีฤทธิ์ในการลดความเครียด และรักษาอาการผิดปกติของสตรีวัยทอง นอกจากนี้ยังเป็นสารอนุมูลอิสระ และยังป้องกันแสงยูวีได้ เมื่อใช้กินหรือใช้ทา ทำให้ผิวหนังชุ่มชื่นและต้านการอักเสบ สารชนิดนี้มีความปลอดภัยสูงมาก

วันศุกร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2553

คุณภาพและความปลอดภัย ของน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวไวทอลสตาร์ Vital Star

ในปัจจุบันในท้องตลาดมีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับน้ำมันรำข้าวหลากหลายยี่ห้อออกมาจำหน่ายให้คนรักสุขภาพอย่างเราได้เลือกบริโภคกัน วันนี้ผมเลือกอย่างแนะนำว่าน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวไวทอลสตาร์มีกรรมวิธีผลิตอย่างไรก่อนออกมาให้พวกเราบริโภคกัน


ขั้นตอนการผลิต
เริ่มต้นจากการคัดสรรรำข้าวสด ที่เก็บไว้ไม่เกิน 24 ชั่วโมง ที่สำคัญต้องเป็นข้าวไทย ที่มีคุณประโยชน์สูงสุด หลังจากนั้นนำไปตรวจสอบคุณภาพด้วยเครื่อง NIRS (Near-infrared System)
หลังจากนั้นวัตถุดิบทั้งหมดที่ผ่านการตรวจสอบด้วยเครื่อง NIRS แล้วจะถูกส่งผ่านเครื่อง Expander ที่มีไอน้ำอุณหภูมิสูง 110-120 องศา เพื่ออบให้แห้ง ก่อนถูกส่งไปสกัดเป็นน้ำมันด้วยสารทำละลายเฮ็กเชน (Hexane)



เนื่องจากต้องใช้สารละลายเฮ็กเชนเป็นตัวทำละลายสกัดให้ได้สารสกัดที่มีประโยชน์ออกมา เมื่อถึงขั้นตอนสุดท้ายต้องทำการกำจัดสารละลายดังกล่าวออกมาจากผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานสากลอนุญาตให้มีสารละลายเฮ็กเชนตกค้างอยุ่ได้ไม่เกิน 30 PPM (30 ส่วนในร้อนส่วน) พูดง่าย ๆ ว่า น้ำมันรำข้าว 10000000 หยด ต้องมีสารตกค้างปนเปิ้อนไม่เกิน 30 หยด ซึ่งน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวไวทอลสตาร์ผ่านการทดสอบจากสถาบัน OMIC ว่าไม่มีสารละลายตกค้างอยู่เลย (Hexane not detected)
ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่า เราจะได้รับคุณประโยชน์สูงสุดจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เราเลิอกบริโภคจริง ๆ

น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว Aim Star

น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว

น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว มีสัดส่วนระหว่างกรดไขมันอิ่มตัว และกรดไขมันไม่อิ่มตัว ที่เหมาะสมจึงมีคุณประโยชน์และเหมาะสมต่อการบริโภคมากที่สุด น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวที่ผ่านการสกัดอย่าพิถีพิถันนั้นจะสามารถคงคุณค่าความเข็มข้นของสารประกอบสำคัญต่างๆ ที่ช่วยในการดูแลสุขภาพของเรา

ส่วนประกอบสำคัญของน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว
1. กรดไขมันอิ่มตัว (Saturated Fatty Acid)
2. กรดไขมันไม่อิ่มตัว (Unsaturated Fatty Acid)
3. แกมมา ออริซานอล (Gamma-Orizanal)
4. เซราไมด์ (Ceramide)
5. ฟอสฟอไลปิด (Phospholipids)
6. โทคอลกรุ๊ป (Tocols Group)



กรดไขมันอิ่มตัว (Saturated Fatty Acid)
โดยทั่วไปแล้ว แนะนำให้บริโภคกรดไขมันอิ่มตัวไม่เกิน 10% ของพลังงานทั้งหมด น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวมีสัดส่วนของกรดไขมันอิ่มตัวไม่เกิน 10% จึงเหมาะสมต่อการบริโภคเพื่อการดูแลสุขภาพ เป็นอย่างยิ่ง

กรดไขมันไม่อิ่มตัว (Unsaturated Fatty Acid) 
กรดไขมันไม่อิ่มตัวมีบทบาทต่อการลดระดับไขมันในเลือดโดยลดแอลดีแอล (LDL –C, Low Density Lopoprotein-Choiesterol) และช่วยเพิ่ม เอชดีแอล – คอเลสเตอรอล ซึ่งเป็นคอเลสเตอรอลที่ดี (HDL –C ,High Density Lipoprotein – Cholesterol) จึงช่วยลดอัตราเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

แกมมา ออริซานอล (Gamma-Orizanal)
เป็นส่วนประกอบที่สำคัญในน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวมีคุณสมบัติที่โดดเด่นหลายประการด้วยกันคือ
- ช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลในเลือด
- ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต
- ช่วยลดอาการผิดปกติต่างๆ ของสตรีวัยทอง
- มีคุณสมบัติเป็นสารต้านการเกิดอนุมูลอิสระและป้องกันรังสีอุลตราไวโอเล็ท
- ช่วยให้ผิวหนังมีความชุ่มชื่น
- ช่วยลดการอักเสบต่างๆ ได้

เซราไมด์ (Ceramide)
เป็นองค์ประกอบของไขมันในชั้นผิวหนัง (Sphingolipid) ซึ่งมีความสำคัญในการปกป้องผนังเซลล์จากการถูกทำลาย มีความสามารถในการกักน้ำได้ดี ช่วยป้องกันการสูญเสียน้ำจากผิว ทำให้ผิวหนังมีความยีดหยุ่น และชุ่มชื้นอยู่ตลอด

ฟอสฟอไลปิด (Phospholipids)
เป็นโครงสร้างของเยื่อหุ้มต่างๆ ของเซลล์ในร่างกายมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเยื้อหุ้มเซลล์สมองและประสาท ทำให้การสื่อกระแสประสาททำงานได้ดีขึ้น ช่วยปกป้องเซลล์ประสาทจากสารพิษและอนุมูลอิสระต่างๆ นอกจากนี้ยังช่วยเสริมในด้านความจำ และช่วยลดอาการเครียดได้อีกด้วย

โทคอลกรุ๊ป (Tocols Group)
ประกอบด้วย วิตามิน อี (Vitamin E หรือ Tocopherol) โทโคพีนอล (Tocophenol) โทโคไตรอีนอล (Tocotrienol) มีหน้าที่ในการเพิ่มความเข็งแรงให้แก่เซลล์ ช่วยต่อต้านการเกิดอนุมูลอิสระ และป้องกันการแก่ก่อนวัย


เอกสารอ้างอิง
1. Juliano BO,ed Rice :Chemistry and technology, 2nd ed, Minnesota : American Association of Cerial Chemists, Inc 1985 ,p.18
2. Sugano M, Tsu ji E, Rice bran oil and human health, Biomed Environ Sci 1996: 9(2-3):242-6
3. Raghuram TC. Rukmini C. Nutritional significance of rice bran oil .Indian J Med Res 1995:102:241-4